.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 30 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (16 มิ.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง โดยเทขายหุ้น และเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาด

 

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 30.3 ดอลลาร์ หรือ 1.67% ปิดที่ 1,849.9 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 46.5 เซนต์ หรือ 2.17% ปิดที่ 21.885 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 26.5 ดอลลาร์ หรือ 2.87% ปิดที่ 951.1 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 32.20 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 1,866.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหลังจากธนาคารกลางทั่วโลกพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2537

 

ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2564

 

ส่วนธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 15 ปี ขณะที่ธนาคารกลางฮังการี บราซิล ฮ่องกง ไต้หวัน และอาร์เจนตินา ต่างก็ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.45% แตะที่ 103.6330 เมื่อคืนนี้

 

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ๆ

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์